โปรโมชั่นโรงแรมที่พักในกรุงเทพ
ชอบเรื่องนี้ช่วยกด Like กด Share ให้ด้วยนะครับ

ส่องสัตว์ ที่เขาดิน หรือ สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์แห่งแรกของประเทศไทย

เที่ยวเขาดินกัน... เวลาเจอคำชวนแบบนี้เมื่อก่อนจะมีความรู้สึกตื่นเต้นตรงที่จะได้เอากล้องไปเที่ยวยิงภาพสัตว์ต่างๆ ในสวนสัตว์ ก็เท่านั้นเองล่ะครับ จนกระทั่งในครอบครัวมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่า เขาดิน ช่างเป็นสถานที่ ที่น่าสนใจมากๆ และ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นสำหรับเจ้าตัวเล็กและคนในครอบครัว ที่นี่คือแหล่งความรู้ชั้นยอดจริงๆ 

ซึ่่งหากต้องการหาสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว และ ไม่อยากไปไกลจากกรุงเทพฯ แบบไปเที่ยวเช้าและกลับเย็นได้ สวนสัตว์ดุสิต หรือ เขาดินวนา แห่งนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยครับ


สำหรับใครที่ต้องการศึกษาเส้นทางเดินภายในสวนสัตว์ก็ดูจากแผนที่นี้ได้ครับ
แต่ปัจจุบันสัตว์ก็มีเพิ่มขึ้นอย่างเช่น นกเพนกวิ้น หรือ โคล่า ซึ่งไม่ได้มีแจ้งไว้ในแผนที่เที่ยวนี้



ทางเข้ามีทั้งหมด 4 ทางด้วยกันครับ แต่พวกเราเข้ามาทางถนนราชวิถี


แล้วขับมาที่อาคารจอดรถยนต์
สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิต อาจจะกังวลเรื่องที่จอดรถ เพราะว่าสวนสัตว์อยู่ในตัวเมือง แต่จริงๆ แล้วที่นี่มีอาคารจอดรถยนต์ให้ คล้ายห้างสรรพสินค้าเลยครับ สะดวกมากๆ ค่าจอดรถคันละ 50 บาท


อาคารจอดรถมี 4 ชั้น


หลังจากจอดรถก็เดินเข้ามาเยี่ยมเจ้าโคล่า กันก่อนเลยครับ โชคดีมากๆ ที่มันกำลังตื่นอยู่ เพราะโดยปกติ เจ้าโคล่าจะใช้เวลาในชีวิตของมันส่วนใหญ่ อยู่กับการนอน เห็นว่ามันนอนประมาณวันละ 18 - 20 ชั่วโมงกันเลย ซึ่งเจ้าโคล่าที่เห็นนี้ก็มาจากสวนสัตว์เชียงใหม่น่ะครับ




ถัดจากกรงเจ้าโคล่า ก็มาดูนกเพนกวิ้นกันต่อครับ อันนี้ต้องขึ้นมาชั้นสองนะครับ เห็นหลายๆ คนไปยืนดูมันว่ายน้ำอยู่ที่ชั้นหนึ่งซึ่งเป็นตู้กระจก แล้วบ่นว่ามองไม่เห็นนกเพนกวิ้นเลย จริงๆ มันจะขึ้นมายืนบนขอบแอ่งน้ำแบบนี้ แต่ต้องมาดูที่ชั้นสอง





กวางดาว นี่ก็เป็นสัตว์ชนิดแรกๆ ที่มาอยู่ที่สวนสัตว์ดุสิตเลยครับ



แงๆๆๆ ร้องไห้หนักมาก เพราะว่ามาไม่ทัน โชว์แมวน้ำ ซึ่งเป็นโชว์เดียวที่จัดขึ้นในสวนสัตว์ดุสิต
เห็นเพื่อนบอกว่าเป็นการแสดงที่ดีมากๆๆๆ


มาไม่ทันก็เดินดูสัตว์อื่นๆ ไปเรื่อยๆ


นกฟลามิงโก้ ยืนสมาธิ






สำหรับใครที่ไม่อยากเดินก็สามารถใช้บริการรถพ่วงได้ครับ
เส้นทางที่นี่ส่วนใหญ่เป็นทางราบ ไม่ค่อยมีทางชัน ไม่อันตรายครับ
เท่าที่ดูคนขับก็ขับไม่เร็ว เพราะว่าจะมีคนเดินกันสองข้างทางตลอดเวลา



สำหรับพวกเราไม่ได้ใช้บริการรถพ่วง เพราะว่าอยากเดินชมนก ชมไม้ ไปเรื่อยๆ ไม่รีบ ดูอะไรได้เท่าไหน ก็เท่านั้นครับ อยากให้เจ้าตัวเล็ก เดินชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ เห็นอะไร ก็แวะดูไปแบบไม่เร่งรีบ


ภายในสวนสัตว์ดุสิต จะมีสระน้ำขนาดใหญ่ และ มีเรือถีบให้บริการ




ใกล้ๆ สระน้ำตรงทางเข้าประตู 1 มีการก่อสร้าง คล้ายทำเป็นพื้นที่ ร่ม เพื่อจัดกิจกรรม ดูแล้วสวยดีครับ


ตรงบริเวณทางเข้าประตู 1 จะสามารถเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งแต่เดิมเคยใช้เป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย

เดินกลับมาดูสัตว์ในสวนสัตว์กันต่อครับ

เจ้าฮิปโปโปเตมัส ชื่อ มะลิ กับมะขาม และ ถั่วแดง แต่เท่าที่เห็น มีอยู่แค่ 2 ตัว ไม่รู้ว่าชื่ออะไรบ้าง ถามก็ไม่ตอบ ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียวเลย เพราะว่าวันๆ นึง เค้าจะกินอาหารประมาณวันละ 40 กิโลกรัม


ถัดจากคอกฮิปโป เดินมานิดนึงจะเจอกับหลุมหลบภัย ซึ่งแต่ก่อนนี้เค้าเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปหลบ กันในกรณีที่เกิดสงคราม 


บรรยากาศภายใน


เห็นป้ายเก้งธรรมดา เลยอยากดูว่าหน้าตามันธรรมดายังไง ยืนชะโงกอยู่นาน หาไม่เจอ ไม่รู้ไปหลบอยู่ที่ไหน


ข้ามมาดูสัตว์เลื้อยคลานกันมั่งดีกว่าครับ ภายในมี งู จระเข้ เต่า กิ้งก่า ตัวเงินตัวทอง และ พวกกบ


งูกะปะ




ใช้เวลาอยู่ในโซนสัตว์เลื้อยคลานพักนึง เพราะว่าข้างในเป็นห้องแอร์ เย็นสบายดี อิๆ

เจ้ากอริลล่า กำลังนั่งแทะแก้วน้ำเล่นสบายใจ ใกล้ๆ กับกรงของนักล่า

เจ้าสิงโต และ เสือ






ถัดมาเป็นกรงของเจ้าค่างห้าสี ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีสีสันสวยงามที่สุดในโลก ค่างห้าสีเป็นสัตว์ที่อยู่ในบัญชีแดงขององค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก ห้ามซื้อขาย และห้ามล่า เพราะมันเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และยังเป็นสัตว์ที่เพาะขยายพันธุ์ได้ยากมากอีกชนิดหนึ่ง แต่ปัจจุบันนี้สวนสัตว์ดุสิตสามารถเพาะขยายพันธุ์ค่างห้าสีได้มากกว่า 30 ตัว ถือเป็นการเพาะขยายพันธุ์ได้มากที่สุดในโลก ซึ่งค่างห้าสีเหล่านี้มีมูลค่าตัวละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท


การถ่ายภาพค่างห้าสี เป็นเรื่องที่ยากมากๆๆๆ และ ต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก
เนื่องจากเจ้าค่างพวกนี้จะไม่ค่อยอยู่กับที่ จะกระโดดและปีนไปปีนมาตลอดเวลา
แถมยังมีกรงตาถี่มากๆ แบบนี้กั้นอยู่ระหว่าง ตากล้องและค่างห้าสี

วิธีถ่ายภาพละลายกรงเข้าไปแบบนี้ ก็ต้องตั้งค่า F ให้ต่ำที่สุดน่ะครับ เปิดรูรับแสงให้มากที่สุด เพื่อให้ภาพเป็นลักษณะชัดตื้น แล้วปรับจุดโฟกัสให้เป็นแบบโฟกัสเป็นจุด ไม่กระจาย หลังจากนั้นก็พยายามถ่ายไปเรื่อยๆ ครับ มันต้องโดนซักภาพสินะ

ภาพนี้ละลายกรงได้เท่านี้ กับ F4


เวลาใกล้หมดแล้ว ขอเดินไปดูเจ้ายีราฟ ซะหน่อย เจ้าดูเล็กอยากดูยีราฟ


ยีราฟที่นี่จะมี 2 ตัวครับ 
ตัวสีเข้มๆ ตัวผู้ชื่อ บินลาเดน เกิดเมื่อ 28 ธค 2544
ตัวสีอ่อนๆ ตัวเมีื่อ ตาหวาน เกิดเมื่อ 1 เมย 2545


ภาพแสดงความเร็วในการวิ่งของสัตว์ประเภทต่างๆ


ถัดจากยีราฟ ก็มาแอบส่องม้าลายกินน้ำอยู่ใกล้ๆ กัน


เห็นมีป้ายติดไว้ใกล้ๆ กรงยีราฟ ทำให้รู้ว่าในโลกนี้มีสัตว์ชื่อ โอกาปิ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ดูเฉพาะส่วนบนจะคล้ายกับยีราฟ ส่วนถ้าดูเฉพาะส่วนล่างจะคล้ายกับม้าลาย แต่จริงๆ แล้วโอกาปิ เป็นญาติกับยีราๆ นะครับ

"แต่ว่าที่สวนสัตว์ดุสิตไม่ได้มีโอกาปิ ให้ดูนะครับ สัตว์ประเภทนี้จะมีอยู่ในแถบแอฟริกากลางโน่นแหละครับ"


แวะดูนกกระจอกเทศก่อนกลับ


ภายในสวนสัตว์ดุสิต มีร้านอาหารให้บริการนะครับ



ประวัติเกี่ยวกับสวนสัตว์ดุสิต

สวนสัตว์ดุสิต แต่เดิมเรียกว่า สวนดุสิต หรือ เขาดินวนา พระบาทสมเด็ทพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2438 หลังจากที่พระองค์ทอดพระเนตรกิจการสวนพฤกษชาติของต่างประเทศ และ พบว่าสวนพฤกษชาติเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้ความเพลิดเพลินและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน จึงมีพระราชดำริให้จัดสร้างขึ้นในประเทศไทยบ้าง โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพื้นที่ราบทางด้านทิศตะวันออกติดคลองเปรมประชากร (ถนนพระราม 5) ด้วยการขุดสระน้ำใหญ่ประกอบคูคลองระบายน้ำ และถนน แล้วนำดินขึ้นมาเป็นเนเขาเกาะกลางน้ำเรียกว่า "เขาดิน" และรอบๆ เขาดินนั้น ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกลงพรรณไม้นานาชนิด สร้างขึ้นเป็นสวนพฤกษชาติ สำหรับส่วนพระองค์เรียกว่า "วนา" รวมอาณาเขตส่วนนี้ทรงโปรดเรียกว่า "เขาดินวนา" โดยในขั้นต้นพระองค์ให้สร้างขึ้นสำหรับเป็นที่ประพาส และทรงพระเกษมสำราญส่วนพระองค์ และ ข้าราชบริภารฝ่ายในก่อน ดังนั้น สวนดุสิต หรือ เขาดินวนา จึงเป็นส่วนหนึ่งในเขตพระราชฐานพระราชวังดุสิต

ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระราชดำริที่จะทำนุบำรุงสวนแห่งนี้ให้กว้างขวาง และดีกว่าที่เป็นอยู่ และ เปิดให้ประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย

ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แล้ว คณะรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงครามจึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต ให้ดำเนินการจัดทำเป็นสวนสาธารณะ และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ในเวลานั้น พระองค์เจ้าทิพอาภาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ให้เทศบาลกรุงเทพรับบริเวณสวนดุสิต หรือ เขาดินวนา สนามเสือป่า และ สวนอัมพร มาจัดเป็นสวนสาธารณะได้

จากนั้นทางเทศบาลกรุงเทพ ได้จัดการย้ายกวางดาว และ สัตว์ชนิดต่างๆ มาจากสวนอัมพร และ ย้ายสัตว์บางชนิด เช่น จระเข้ ลิง จากสวนสราญรมย์ มาไว้ที่เขาดินวนา และได้ขอให้ทางสำนักพระราชวังส่งช้างหลวง มาให้พระชาชนได้ชมในวันอาทิตย์ และ เมื่อปรับปรุงสิ่งก่อสร้างต่างๆ เรียบร้อยแล้วทางเทศบาลนครกรุงเทพจึงเปิดสวนสัตว์ดุสิตให้ประชาชนเที่ยวชม และ พักผ่อนหย่อนใจได้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2481 และให้เรียกสวนดุสิตนี้ว่า "สวนสัตว์ดุสิต" ซึ่งถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์แห่งแรกในประเทศไทย


สวนสัตว์ดุสิตเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าสวนสัตว์ดุสิต


รถประจำทางที่วิ่งผ่าน
สาย 18, 28, 108, ปอ.515, ปอ.528, ปอ.539, ปอ.542


แผนที่สวนสัตว์ดุสิต
พิกัด GPS 13.7719427,100.5166905




ชอบเรื่องนี้ช่วยกด Like กด Share ให้ด้วยนะครับ


บทความที่ได้รับความนิยม